Pinky さんのプロフィールo Elizalice oフォトブログリスト ツール ヘルプ

o Elizalice o

- ดั บ เ บิ้ ล อ ลิ ส ส เ ป ซ -

eliz Pinky

職業
所在地
好きなもの/好きなこと
全 34 枚中 1 枚目
他のアルバム (1 件)
ตกลงชื่ออะไรวะเนี่ย?
12月17日

การเป็นทนายความ

 สำหรับการที่ใครสักคนจะเป็น ทนายความ ได้นั้น มีอยู่ 2 วิธี คือ
หนึ่ง สอบผ่านหลักสูตรการอบรมวิชาว่าความของส฿าทนายความ (เรียกว่า ตั๋วรุ่น เพราะจะเปิดสอบเป็นรุ่นๆไป)
หรือ สอง สอบผ่านการทดสอบผู้ฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความ ครบ 1 ปี
(เรียกว่า ตั๋วปี เพราะต้องฝึกหัดงานครบ 1 ปี จึงจะไปขอรับการทดสอบได้)

ซึ่งไม่ว่าจะเป็นตั๋วรุ่น หรือตั๋วปีนั้น ต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้นในการสมัคร ดังนี้ คือ
          1. มีสัญชาติไทย
          2. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรืออนุปริญญาทางนิติศาสตร์จากสถาบันที่ส฿าทนายความอนุมัติ
          3. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดีและไม่เป็นผู้ได้กระทำการใด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่น่าไว้วางใจในความซื่อสัตย์สุจริต
          4. ไม่อยู่ในระหว่างต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรือเป็นบุคคลล้มละลาย
          5. ไม่เป็นโรคติดต่อซึ่งเป็นที่รังเกียจแก่สังคม

จากนั้น ต้องไปสมัครกับสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ แห่งส฿าทนายความ ดังนี้
          1. ตั๋วปี ผู้สมัครต้องฝึกงานในสำนักงานทนายความ ครบ 1 ปี แล้วไปลงทะเบียนสอบ ทั้งนี้ ผู้สมัครต้องแจ้งต่อสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความก่อนที่จะฝึก ว่าจะฝึกที่สำนักงานใด ถ้าสอบผ่านแล้ว ก็จะมีการสอบสัม฿าษณ์ ถ้าสอบผ่าน และได้รับการอบรมจริยธรรมและมารยาททนายความแล้ว ก็สามารถยื่นขอจดทะเบียนรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความกับส฿าทนายความได้

          2. ตั๋วรุ่น ผู้สมัครต้องสมัครอบรมวิชาว่าความกับสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ ซึ่งสำนักอบรมจะเปิดเป็นรุ่นๆไป รายละเอียดติดตามได้ที่ ส฿าทนายความ http://www.lawyerscouncil.or.th ซึ่งช่วงแรกจะเป็นการอบรม฿าคทฤษฎี 6 เดือน ถ้าสอบผ่าน฿าคทฤษฎี ก็จะได้ฝึก฿าคปฏิบัติ อีก 6 เดือน โดยฝึกกับสำนักงานทนายความที่เราแจ้งเอาไว้ หรือจะให้ทางสำนักอบรมหาสำนักงานทนายความให้ก็ได้ ถ้าสอบ฿าคปฏิบัติผ่าน ก็จะต้องสอบสัม฿าษณ์ ถ้าสอบผ่าน และได้รับการอบรมจริยธรรมและมารยาททนายความแล้ว ก็สามารถยื่นขอจดทะเบียนรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความกับส฿าทนายความได้

          โดยทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นตั๋วปี หรือตั๋วรุ่นนั้น เมื่อสอบผ่านและได้จดทะเบียนรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความแล้ว ล้วนแต่มีศักดิ์และสิทธิของการเป็นทนายความเท่าเทียมกันทุกประการ

การอบรมจริยธรรมและมรรยาททนายความ

          ผู้เข้ารับการอบรมที่ผ่านการทดสอบ฿าคทฤษฎีและ฿าคปฏิบัติ จะต้องเข้ารับการอบรมจริยธรรมและมรรยาท
ทนายความตามกำหนดวันที่สำนักฝึกอบรมฯ ประกาศกำหนด ผู้ที่ผ่านการอบรมจริยธรรมและมรรยาททนายความ
ดังกล่าวจึงจะถือว่าเป็นผู้ผ่านการอบรมวิชาว่าความ และมีสิทธิ์ในการยื่นคำขอ จดทะเบียน เพื่อรับใบอนุญาตประกอบ
วิชาชีพทนายความต่อไป

หลักฐานการยื่นคำขอจดทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความ
          - สำเนาทะเบียนบ้าน
          - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวของบุคคลซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนตาม
กฎหมาย ว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชน
          - ใบรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (ใบรับรองแพทย์)
          - หลักฐานแสดงว่าสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรืออนุปริญญาทางนิติศาสตร์ หรือประกาศนียบัตรในวิชานิติศาสตร์ ซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรืออนุปริญญาจากสถาบันการศึกษา ซึ่งส฿าทนายความเห็นว่ามี มาตรฐานการศึกษาที่ผู้ได้รับปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตรควรเป็นทนายความได้
          - หลักฐานแสดงว่าเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยส฿า (ขอหนังสือรับรองจากเนติบัณฑิตยส฿า) (ต้องเป็นสามัญสมาชิก หรือวิสามัญสมาชิก ของเนติบัณฑิตยส฿าเท่านั้น)
          - หลักฐานแสดงว่าเคยเป็นทนายความ หรือเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้พิพากษา ตุลาการศาลทหาร พนักงานอัยการ
อัยการทหาร หรือทนายความตามกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหาร หรือหลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรม
มรรยาททนายความ หลักปฏิบัติ เบื้องต้นในการว่าความและการประกอบอาชีพทางกฎหมายตามข้อบังคับส฿าทนายความ หรือหลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
          - กรณีที่เคยรับราชการ ต้องแนบหลักฐานคำสั่งเกษียณอายุราชการ หรือคำสั่งลาออกจากราชการ
          - กรณีที่เคยต้องคำพิพากษาหรือถูกลงโทษทางวินัย ต้องแนบสำเนาคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งลงโทษ
          - รูปถ่ายครึ่งตัว หน้าตรง สวมครุยเนติบัณฑิต (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน) รูปสีหรือขาวดำ ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป
และขนาด 2 นิ้ว หรือ 2 นิ้วครึ่ง จำนวน 3 รูป

http://www.nakrich.com

สัมภาษณ์งานซะละ

ย้อนหลังไปวันอังคารที่ผ่านมา
 
แล้วเท้าความไปเดือนที่แล้ว
 
ระหว่างเซิร์จหางานพาร์ททาร์มทำฆ่าเวลาว่างๆ
 
ก็เลยนั่งทำresume ตัวเองลงเว็บไว้เล่นๆ
 
แต่แล้วมีบ.ทรู โทรมาเรียกตัวไปสัมภาษณ์งาน ตำแหน่ง legal
 
รายละเอียดงาน ประมาณว่า ติดตาม/ดูแลคดี
 
เขียนโต้ตอบจดหมาย ประสานงานทั้งภายนอก ภายในองค์กร
 
อาจรวมไปถึงการประนีประนอมยอมความ
 
(ตอนแรกโทรมาพูดแค่ว่า งานดูแลเอกสารเกี่ยวกับฟ้องคดี ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องหนี้ ...เหมือนจะเป็นงานที่ง่าย)
 
ทั้งๆที่ ชั้ลยังเรียนไม่จบ - -'' ก็บอกเค้าไปแล้วนะ
 
เค้าก็บอกว่า จริงๆรับวุฒิ ป.ตรี แต่ก็ไม่เป็นไรเห็นว่าจะจบปีหน้าแล้ว
 
ลองมาสัมภาษณ์ดูละกัน
 
พอไปสัมภาษณ์ที่ตึกทรู รัชดา
 
อื่ม...เห็นคนที่ถูกสัมภาษณ์1คน สัมภาษณ์นานมากกกกกกก
 
ใจแอบแป๊วๆไงมะรุ การแต่งตัว บุคลิกออกแนวทนายเลย
 
(แล้วตรูละ ใส่ชุดอะไรมาฟระ 55+) ไอคนรอสัมภาษณ์ข้างหลังตรู ก็นิติ จุฬา เหอๆ - -''
 
เหมือนแต่ละคนตั้งใจมาสมัคร มีแต่ชั้นเนี่ยแหละโดนเรียกตัวมา
 
พอถึงตาเรา อื่ม พอเห็นว่าเรายังเรียนไม่จบ ก็เหมือนจะไม่สนใจอะไร
 
ถามว่าบ้านอยู่แถวไหน บ้านเลขที่ขึ้นด้วย99 หมู่บ้านรึเปล่า หมู่บ้านอะไร (เกี่ยวอะไรกับงาน -*-)
 
ถามถึง วันเรียน มีวันพุธ1วัน กับช่วงสอบมีนา 8วิชา
 
แต่ถ้าเริ่มงานมกรา ก็พร้อมทำเลย ละก็ไม่มีผลกระทบต่อการเรียนอยู่ละ (ปกติก็ไม่เข้า --'')
 
การใช้งานคอมพิวเตอร์ ใช้ได้ทุกโปรแกรม ก็เล่นๆอยู่ทุกวัน เล่นไม่เป็นก็บ้าละ
 
แล้วก็ถามว่า อยากเปนทนายไหม ...ไม่อยากเป็นคะ
 
แล้วอยากเป็นอะไร...อัยการ ผู้พิพากษาหรอ....อัยการ....คะ.....อัยการกับทนายหน้าที่ก็ไม่ต่างกันหรอก
 
ถ้าไม่อยากเป็นทนาย จะทำงานอะไร...สอบข้าราชการคะ...อืม
 
รู้สึกพอถามมาถึงตรงนี้ ถ้าเราเป็นคนสัมภาษณ์ก็ไม่อยากจะรับนะเนี่ย
 
ไม่ได้มุ่งหวังจะมาทำงานในบ.เอกชนเอาซะเลยตรู
 
เรียนจบแล้วจะเรียนเนติต่อไหม....คะ....ก็ดีนะ  - -''
 
แล้วทำไมถึงเข้ามาสมัครงานหละ....หนูไม่ได้สมัครคะ ลงresumeไว้ในเวบ พี่สมพลเค้าเรียกหนูมา (กร๊ากๆๆๆๆ เหมือนไม่เต็มใจเลยวะ)
 
แล้วมีอะไรจะถามผมไหม ....(จิงๆไม่มีอะไรแระ เรียกมาสัมภาษณ์ชั้นแค่เนี้ย 5 นาที แต่ก็นะ ไม่ถามก็เหมือนโง่ๆ เลยถามรายละเอียดเกี่ยวกับงาน
 
เค้าตอบเยอะมาก นี่มันงาน หรือ กรรมกร 555+ ทำทุกอย่างเลยวุ้ย ตอบเสร็จมีอะไรจะถามผมอีกไหม.....จะให้ถามอะไรอิกฟระ แง่มๆ)
 
เค้าก็เลยตบท้ายว่า ถ้าบ.สนใจ จะติดต่อกลับไปอีกที .....แต่ที่รู้ๆหนูเริ่มไม่สนใจงานนี้ละคะ T_T ยังรู้สึกตัวเองไม่มีความสามารถพอ
 
สรุป สิ่งที่ได้จากการลองไปสัมภาษณ์งานเล่นๆ ทำให้เราคิดได้ว่า ยังต้องอัพเกรดตัวเองอิกเยอะ เรียนให้จบ สอบตั๋ว เรียนเนติ มากมาย
 
8月3日

PLAN FUTURE

 
ปี4 >เทอม1 ผ่าน1 รอผล 5 ตก1 น่าจะตกอิก 1
     >เทอม2 ลงหลัก3 เลือกต้องผ่าน 3/4 เพิ่มหลักที่ตกเทอม1 1 =8วิชา
 
Summer > เตรียมซ่อม วิแพ่ง ได้เลย -*-
 
เรียน เนติฯ / สอบตั๋ว
 
สอบ  >ตำรวจชั้นประทวน  สายอำนวยการและสนับสนุน(อก.2)
        >ก.พ. >นิติกร
 
จบเนติฯ 1-2 ปี
 
สอบ ตำรวจชั้นสัญญาบัตร
 

ร.ต.ต.   3 ปี      3 ปี เรียนป.โท กฎหมายเฉพาะด้าน 2 ปี

ร.ต.ท.   4 ปี      7 ปี

ร.ต.อ.   3 ปี    10 ปี

พ.ต.ต.   3 ปี    13 ปี

พ.ต.ท.   3 ปี    16 ปี

พ.ต.อ.   3 ปี    19

การเลื่อนยศกรณีพิเศษ 

หลักสูตร              ร.ต.ต.  ร.ต.ท.  ร.ต.อ.

ปริญญาตรี (หลักสูตร 4 ปี)     2 ปี  3 ปี   -

ปริญญาตรี (หลักสูตร 5 ปี), นบ.รวม นบ.ท.   1 ปี  3 ปี   -

ปริญญาโทซึ่งมีหลักสูตรรวม ป.ตรี (6 ปี)   1 ปี  2 ปี   -

ปริญญาโทซึ่งมีหลักสูตรรวม ป.ตรี (8 ปี)   1 ปี  1 ปี  2 ปี

ปริญญาเอก      1 ปี  1 ปี  1 ปี

8月2日

ปฏิวัติ ตอนที่6

หลังจากหายไม่ได้เขียนต่อมาราวๆ 2 3 เดือน
 
อย่าเพิ่งคิดว่า
 
จะเหนเราผอมลงตามเวลา 55
 
เพราะว่า แอบตบะแตก
 
สลัดร้านก็ไม่ค่อยขาย ไหนจะมีกินเลี้ยง
 
โอววววว์ พิ้งค์กี้แอบน้ำหนักขึ้น
 
ได้เวลากลับมาเข้าคอร์สต่อ
 
โดยภาพรวมช่วงที่ผ่านมา น้ำหนักจะคงตัวอยู่ที่ 53.0-54.0
 
(วันไหนกินมาม่าตอนตี2  พุ่งเปน 54.5 จะเป็นลม)
 
เลยต้องยอมอดมื้อ(ดึก)กินมื้อ(ตื่น)
 
2 สค  52.8 KG
 
แล้วจะอัพเดทต่อไป .... อิอิ
 
 
8月1日

ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะเครื่องสำอางค์

หลังจากหายไปจากการเขียนสเปซ
 
แอบเลิก ปฏิวัติต่อซะนาน
 
มาถ่ายรูปตัวเองแต่งหน้าดีกว่า
 
แต่งแบบง่ายๆบ้านๆ 555
 
เริ่มจากล้างหน้ามาถ่าย
 
 
รอยสิวเพียบ !!
 
ต้องกลบด้วยคอนซีลเลอร์และแป้ง
 
 
ต่อมา เขียนคิ้ว กับขอบตาล่าง
 
 
แล้วกรีดอายไลเนอร์
 
(น้ำยาแห้ง เขียนไม่สวยเลย แง่มๆ)
 
 
ปัดขนตาหน่อย
 
(อาจจะไม่เหนความแตกต่างเท่าไหร่
 
กล้องไม่ละเอียดพอ)
 
  
ปัดแก้มปุ้มปุ้ยต่อ
 
ในรูปดูชมพูอ่อนมาก  ดูกระจกมันแดงละนะ แง่มๆ
 
 
ตบด้วยยูทิป ว่าจะเปลี่ยนเปนลิปสติก ยังหาที่ถูกใจไม่ได้เลย
 
 
สุดท้าย
 
เอาผมลง ใส่ต่างหู
 
มืดพอดีเลย
 
แต่งหน้าไปซื้อของเซเว่น เพื่ออะไร 555
 

 

 
 แถม รูปแอ๊บแบ๊ว เลียนแบบโฆษณา โออิชิ
 
ดูดโออิชิ เอียงหน้า30องศา  แล้วชูนิ้ว....1กล่อง 2กล่อง
 
ต้นแบบ
 
 
เลียนแบบ
 
 
ห้องเราดูรกไปถนัดตาเลยวุ้ย
 
5月27日

ปฎิวัติ ตอนที่5

 
และแล้วก็ผ่านมา 1 อาทิตย์ที่ตั้งใจจะลดน้ำหนัก
 
แอบเผลอเรอ กินขนมไปบ้างบางวัน  เรามาดูผลกันดีกว่า
 
ก่อนลด 55.4 KG
 
วันที่1   54.9
วันที่2   54.4
วันที่3   54.3
วันที่4   53.9
วันที่5   53.7
วันที่6   53.9
วันที่7   53.5
(ชั่งทุกเช้าหลังตื่นนอน)
 
รวมทั้งหมด 7วัน ลดลง 1.9KG
 
สำหรับความรู้สึกที่ลดได้ตอนนี้ รู้สึกว่า พุงยุบลง
 
แต่อย่างอื่น ยังไม่รู้สึก  = ='
 
 
5月21日

ปฎิวัติ ตอนที่4

 
ตอนที่4 เปนเรื่องที่ยากสุดละ
 
เพราะเงินไม่สามารถให้ในสิ่งที่เราต้องการได้
 
มันคือ การลดน้ำหนัก !!
 
หลังจากน้ำหนักเราพรวดพราดพุ่งถึงขีดสุด 55.4 KG ตายแห่แระ
 
ปล่อยตัวโคตรๆ
 
เรามารู้จักกับวิธีการลดน้ำหนักที่อลิสซี่ได้เคยลองทำและได้ผลมาแล้ว เมื่อ7ปีที่แล้ว
 
หาชื่อมาตั้งนาน แต่จำง่ายๆแค่ สูตรไม่กินแป้งและน้ำตาล
 
ชื่อทางวิชาการ โปรตีนไดเอทสูตร Dr. Atkin   (The Atkins Diet)
 
โปรตีนไดเอทสูตร Dr. Atkins นั้น คือวิธีการไดเอท ที่งดการบริโภค คาร์โบไฮเดรท และ น้ำตาลในทุกรูปแบบ เป็นเวลา 14 วันติดต่อกัน โดยใช้หลักการของอาหารเพื่อเป็นยา หรือการใช้อาหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของร่างกาย ( Increase Metabolism Rate ) โดยหลักการดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงขบวนการทางเคมี ให้เปลี่ยนจากการใช้น้ำตาลเป็นพลังงาน มาเป็นการใช้ไขมันเป็นพลังงานแทนเพื่อการเผาผลาญที่ดีขึ้น พร้อมทำลายไขมันที่สะสามอยู่ในร่างกายให้หมดไป จึงเป็นการปรับสมดุลในร่างกายใหม่

อินซูลิน คือ ฮอร์โมนที่ทำให้อ้วน ( Insulin Hormone that make you Fat !!! )
โดยปกติแล้วร่างกายคนเราจะหลั่งสาร Insulin ออกมาเพื่อทำการย่อยแป้ง หรือ คาร์โบไฮเดรต (เพื่อเปลี่ยนเป็นกลูโคส อันเป็นแหล่งที่มาของพลังงาน) และน้ำตาล ส่วนไขมันนั้นร่างกายจะเปลี่ยนเป็น กลีเซอรัล (Glycerol) และเปลียนโปรตีน เป็นกรดอมิโน
(Amino Acid) แล้วดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด
ฮอร์โมนที่ชื่ออินซูลิน ก็ใช้น้ำตาลที่ได้เปลี่ยนเป็นกลูโคสแล้วนี้ไปใช้เป็นพลังงานส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็จะเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน โดยเปลี่ยนจากกลูโคสเป็นไกลโคเจน ( Glycogen) โดยไกลโคเจนนี้จะถูกเก็บไว้ในตับอ่อน และกล้ามเนื้อ เพื่อใช้เป็นแหล่งหลังงานสำรองยามฉุกเฉิน แต่หากมีปริมาณมากเกินความต้องการ อินซุลินก็จะทำการเปลียนไกลโคเจนเป็นเยื่อไขมันชื่อ ไตรกลีเซอร์ไลน์ (Triglyceride) และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมฮอร์โมนที่ชื่อว่าอินซูลิน จึงเป็นฮอร์โมนที่ผลิตไขมัน และทำไมเราต้องกำจัดและทำลายกระบวนการดังกล่าว
ปกติแล้ว หากการบริโภคน้ำตาลมีปริมาณมาก ร่างกายก็จะผลิตอินซูลินออกมาในปริมาณมาก ในขณะเดียวกันประสิทธิภาพในการเผาผลาญจะลดน้อยลง เนื่องจากอินซูลินจะนำน้ำตาลไปเก็บไว้หมด และแปรเป็นไขมัน ยิ่งการดูดซึมไม่ดี ร่างกายก็ยิ่งกักน้ำตาลไว้เพื่อสะสมมากกว่าการเผาผลาญเพื่อเป็นพลังงาน Low Metabolism Rate ก็จะเกิดขึ้น และแน่นอนว่า น้ำหนักตัวจะเพิ่มมากขึ้น และไขมันตามร่างกายและปริมาณ cholesterol ก็มากขึ้นด้วย

 

**วีธีลดน้ำหนักแบบ Ketogenic Diet เพื่อเผาผลาญไขมัน**

Ketosis มีชื่อเรียกเต็ม ๆ ว่า Ketosis /Lipolysis. Lypolysis คือกระบวนการที่ร่างกายเผาผลาญไขมัน ส่วน Ketosis คือเมื่อเซลล์ขันถูกเผาผลาญหมดสิ้น มันจะแยกออกเป็น Glycerol และ Free Fatty Acid- ซึ่งแตกตัวเป็นสองส่วนเล็ก ๆ คือ Carbon Compound ซึ่งเรียกว่า Ketone Bodies การแตกตัวของคาร์บอนดังกล่าว จะเข้าสู่กระบวนการการเผาผลาญ (Metabolic Pool ) เพื่อใช้ไขมันเป็นพลังงาน ไม่ใช่น้ำตาล

ดังนั้น ระบบการเผาผลาญโดยใช้ไขมัน เพื่อเป็นการเพิ่ม Metabolism หรือเพิ่มการเผาผลาญไขมันนั้นจะทำให้น้ำหนักและไขมันส่วนเกินหายไปด้วย เนื่องจากเมื่อร่างกายไม่มีแป้งและน้ำตาล ร่างกายก็จะใช้พลังงานจากไขมันแทน นั่นคือการเปลี่ยนระบบการเผาผลาญของร่างกายจากการเผาผลาญน้ำตาลเพื่อใช้เป็นพลังงาน เป็นการใช้ไขมันเป็นพลังงานแทน และเมื่อร่างกายหันทมาใช้ไขมัน Insulin ก็จะไม่หลั่งออกมาเพื่อกักัน้ำตาลไว้ใช้ ดังนั้นร่างกายจะหันไปใช้พลังงานทดแทน คือไขมันส่วนเกินทั้งหลาย ผลที่ได้คือน้ำหนักตัวที่ลดลง และรบบการเผาผลาญเพิ่มขึ้น เมื่อร่างกายเกิดสภาพ Ketone ขี้น ร่างกายก็จะละลายไขมันไปด้วย ในขณะเดียวกัน นั่นหมายถึงน้ำหนักจะลดลง

สำหรับอาหารโปรตีน และไขมันนั้นเมื่อไม่มีกลุ่มอาหารพวกคาร์โบไฮเดรต ร่างกายก็จะเผาผลาญหมดไป ดังนั้น พบว่าหากทำตามสูตรอย่างเคร่งครัด ก็จะไม่มีผลต่อระดับ Cholesterol ในร่างกาย อนึ่งไขมันมีกลูโคส น้อยกว่าโปรตีน ดังนั้นการบริโภคไขมันจึงทำให้ร่างกายเผาผลาญได้ดีขึ้น
จากคุณ : ชราร่า


**อาหารที่ทานได้ตลอด 14 วัน**


• ไข่ไก่ ไข่นกกระทา
• เนื้อสัตว์ทุกประเภท แกะ หมู ไก่ เนื้อ ปลา ปู กุ้ง หอย ปลาหมึก ไส้กรอก เบคอน แคบหมู ขาหมูทอด หมูหัน และ อื่น ๆ ไม่ว่าจะติดมัน หรือ ไม่ก็ตาม ย่าง นึ่ง ต้ม ทอด หรือปรุงด้วยอะไรก็ได้ ห้ามมีส่วนผสมของน้ำตาลเด็ดขาด
• Cheese Edam , Brie, Ricotta Cheddar, Swiss, Blue Cheese, Philadelphia Crème Cheese เป็นต้น
• น้ำมันทุกประเภท น้ำปลา น้ำส้มสายชู มะนาว และเครื่องปรุงอื่น ๆ ยกเว้นน้ำตาล หรือ เครื่องปรุงที่มีส่วนผสมของน้ำตาล
• ผักทานได้แต่ผักกาดแก้ว ผักสลัดใบเขียว และผักสีเขียวในปริมาณ 1 ถ้วย ( เวลาตวงไม่อัดแน่นนะคะ ) หรือ 170 กรัม หรือ 6 oz.
• อาหารทุกชนิดห้ามใช้ที่เขียนไว้ว่า Low Fat เนื่องจากอาหารไขมันต่ำทุกชนิดมักจะมีส่วนผสมของแป้งอยู่โดยทั้งสิ้น
• Evaporated Milk นมข้นจืดไม่ดัดแปลง ( คาร์เนชั่น ) หรือ whip cream
• อาหารที่กล่าวนี้ สามารถทานได้ไม่จำกัดทั้งมื้อและ ปริมาณ เมื่อไรก็ได้ เท่าไรก็ได้


**อาหารที่ต้องห้าม**


• นมดังต่อไปนี้ whole milk , skim milk, low fat milk, UHT, Pasteurize, น้ำเต้าหู้ เนื่องจากนมทั้งหลายนี้มีคาร์โบไฮเดรทสูง
• กาแฟ ให้พยายามเลี่ยง แต่หากต้องทาน ให้ใช้แบบ caffeine free เนื่องจากคาเฟอินอาจทำให้กระบวนการทางเคมีไม่ได้ผล
• ผลไม้ทุกประเภท ไม่ว่าจะมีรสหวานหรือไม่ก็ตาม ล้วนมีน้ำตาลทั้งสิ้น
• ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมปังทุกอย่าง ข้าวเหนียว มันฝรั่ง เพราะล้วนเป็นคาร์โบไฮเดรต
• ขนมหวาน Cake, Cookie, Snack, Chip
• น้ำตาล หรืออาหารที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสม รวมถึง Glucose, Fructose หรือ น้ำผึ้ง
• ผักบางอย่าง เช่น ข้าวโพดอ่อน มะเขือเทศ แครอท หรืออื่น ๆ ที่มีน้ำตาล หรือพืชผักที่ให้รสหวาน
• Sauce ที่มีรสหวาน หรือมีแป้งเป็นส่วนผสม เช่น น้ำจิ้มไก่ ซีอิ๊วหวาน ซอสมะเขือเทศ Gravy เป็นต้น
• Alcohols ทุกประเภท น้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำผลไม้ห้ามหมดเด็ดขาด

**ตัวอย่างรายการอาหาร**
เช้า ไข่ดาว ไข่คน cheddar cheese ,Omelet กับ เบคอน ไส้กรอก แฮม

กลางวัน ไก่ย่าง ขาหมูทอด สเต๊กเนื้อ ไข่เจียวหมูสับ ทอดมัน ( ทำจากเนื้อปลาล้วน ) ลาบ/ น้ำตก หมู หรือไก่

เย็น ปลาหมึกผัดไข่เค็ม หมูหัน ต้มยำกุ้ง ต้มข่าไก่
ของว่าง Philadelphia Crème Cheese ผสมกับน้ำตาลเทียม และมะนาว จนเป็นเนื้อเดียวกัน , แคบหมูกับน้ำพริกหนุ่ม

**ข้อควรระวัง**

1. หากท่านตัดสินใจลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ท่านต้องทำติดต่อกันเป็นเวลา 14 วันติดต่อกัน เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสมดุล

2. จะยกเลิกก่อนกำหนดหรือทำเพียงบางมื้อไม่ได้

3. จะมีส่วนผสมของน้ำตาลหรือแป้งรวมทั้งคาร์โบไฮเดรต ในรูปแบบอื่นในมื้ออากรไม่ได้เลย ตลอด 14 วัน ยกตัวอย่างเช่น หากทานไก่ย่าง ก็ไม่ทานข้าวเหนียว หรือส้มตำ หากทานไข่ดาวหมูแฮม จะทานกับขนมปังไม่ได้ รวมทั้ง ลูกชิ้น ปูอัด

4. หากน้ำหนักไม่ลดลงเลย แสดงว่าในบางมื้อท่านยังมีส่วนของน้ำตาลหรือกลุ่มอาหารคาร์โบไฮเดรต อยู่ ดังนั้น นอกจากจะลดน้ำหนักไม่ได้แล้ว เท่ากับท่านทำให้กระบวนการเผาผลาญรวน และร่างกายอาจจะใช้กลับไปใช้น้ำตาลในการเผาผลาญเหมือนเดิม แสดงว่า โปรตีน และ ไขมันจำนวนมากที่ท่านบริโภคเข้าไปก่อนหน้านี้ ไม่ได้ถูกใช้งาน ก็จะกลายเป็น Cholesterol ได้ในที่สุด

5. อย่ากลัวการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากกระบวนการเผาผลาญไขมันไม่ทำให้เกิด Cholesterol ดั้งนั้น ท่านจึงไม่ต้องกังวลกับอาหารไขมันสูง แต่ให้ระวังอาหารที่มีน้ำตาลและแป้ง

6. ภายใน 48 ชั่วโมง บางท่านอาจมีอาการวิงเวียน เนื่องจากร่างกายยังหลั่ง Insulin อยู่ แต่หลังจากนั้น อาการจะหายไป เนื่องจากร่างกายเข้าสู่ระบบ Ketosis คือการนำไขมันมาเป็นพลังงาน

7. ควรตรวจระดับ Ketone ในปัสสาวะหลัง 48 ชั่วโมง โดยซื้อ Ketone Strip มาตรวจ หากพบปัสสาวะมีสีชมพู แปลว่าร่างกายได้เริ่มนำไขมันมาเผาผลาญแล้ว

8. หากทำตามนี้อย่างเคร่งครัด ท่านสามาถลดน้ำหนักได้ 1-1.5 กก. เป็นอย่างต่ำ สัดส่วน รอบเอว ต้นขา หน้าท้องจะลดลง ( คนน้ำหนักมากจะมีโอกาสลดได้มากกว่าคนน้ำหนักปกติ )

9. หากได้ออกกำลังกายด้วยจะลดได้เร็วมากขึ้น กล้ามเนื้อแข็งแรง

10. ท่านสามาถทานวิตามินเสริมได้ เช่น Vitamin C 1000 Mg., B1-6-12, Chromium Picolinate เป็นต้น ร่วมด้วยก็ได้

11. รับประทานอาหารแต่ละมื้อจนอิ่ม และอย่าทานหากไม่ได้รู้สึกหิว ถ้าหิวระหว่างมื้อก็ให้ทานประเภท ไส้กรอก แฮม Salami หรือ Assorted Cheese เป็นต้น อย่าปล่อยให้ท้องว่าง

12. ควรหลีกเลี่ยง ไดเอทโค้ก หรือ ไดเอท เปปซี่ และน้ำตาลเทียมให้มาก ลูกอม ท๊อฟฟี่ ต้องงด

นี่คือ สูตรที่มีออกมาเป็นบทความ และคิดค้นออกมาเป็นวิชาการ

 แต่ยังไงก็ยังมีข้อเสียอยู่บ้าง

เราต้องเอามาประยุกต์ใช้กับตัวเราให้เหมาะสม

ซึ่ง อลิสซี่จะบอกต่อไปใน ตอนที่5 จ้า